การศึกษากับการพัฒนาของเด็กไทย

การพัฒนาเด็กและเยาวชนต้องตระหนักว่าไม่มีใครเหมือนกันในโลก อย่าทำลายเยาวชนด้วยการยัดเยียดให้ท่องวิชาเหมือนกัน เยาวชนทุกคนต้องเก่งในทางที่ต่างกัน คนไทยทุกวันนี้ขาดความอดทน ไม่มีสมาธิอยู่ได้นานๆเพราะวิธีการเรียนที่เปลี่ยนเป็นคาบๆ ไม่มีโอกาสได้ทำในสิ่งที่ชอบได้นานๆ ดังนั้นการศึกษาต้องวางแผนให้เด็กได้ทำสิ่งที่ชอบได้นานๆ ซึ่งเป็นการฝึกสมาธิและความอดทน คนไทยยังขาดทักษะการจัดการซึ่งเป็นอันตรายมากในการทำงาน เพราะการศึกษาเน้นแต่ท่องวิชา หากให้เด็กได้ฝึกปฏิบัติจะเป็นการฝึกทักษะการจัดการ ทั้งนี้สังคมไทยเป็นสังคมที่มีความซับซ้อนไม่สามารถแก้ปัญหาได้เพียงลำพังต้องอาศัยศักยภาพสูงสุดของมนุษย์ร่วมกันนั่นคือ การปฏิวัติจิตสำนึกและสัมพันธภาพแบบใหม่ เพราะทุกคนมีจิตสำนึกมีสมองส่วนหน้าเหมือนกัน ครูจึงมีบทบาทสำคัญที่จะช่วยให้ทุกคนได้ค้นพบและเป็นเมล็ดพันธุ์ความดีที่จะช่วยกู้สิ่งเหล่านี้

หากพิจารณาให้ดี ประเทศเพื่อนบ้านรอบๆ ไทยเรา ได้แก่ ลาว กัมพูชา พม่า มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ได้ตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งมาช้านาน เขาถูกเปลี่ยนระบบการศึกษา เปลี่ยนระบบนับวันเดือนปีปฏิทินเป็นคริสต์ศักราช เปลี่ยนแปลงความเชื่อ ศาสนา ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเป็นระบบฝรั่งไปก่อนแล้ว เพราะถูกบังคับให้เป็นไปตามวัฒนธรรมของผู้ปกครองที่มีอำนาจเหนือกว่า

เหลือประเทศไทยเพียงประเทศเดียวที่ยังใช้ระบบดั้งเดิมของตัวเองคือ มีดวงอาทิตย์ดวงเดิม อาศัยแม่น้ำสายเดิม อาศัยพายุไต้ฝุ่นลูกเดิม ใช้ดวงจันทร์มีข้างขึ้นข้างแรมเหมือนเดิม ยังกินข้าวและกับข้าวเหมือนปู่ย่าตายายดั้งเดิม พระก็ยังเข้าพรรษาเวลาเดิม

การบริการทางด้านการศึกษา

การพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้นั้น จำเป็นต้องมีกระบวนการจัดการศึกษาให้มีมาตรฐานและสามารถเทียบเคียงได้กับมาตรฐานนานาชาติ การประกันคุณภาพจึงเป็นกระบวนการที่สำคัญยิ่งกิจกรรมหนึ่งที่สถานศึกษาต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการบริหารสถานศึกษา การดำเนินการประกันคุณภาพการศึกษา จึงเป็นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับสังคมที่ต้องการเปลี่ยนเป็นสังคมคุณภาพ ซึ่งการดำเนินการต่าง ๆ ของสังคมต้องเน้นให้เกิดระบบคุณภาพ เพราะหากสังคมคู่แข่งดำเนินงานมีคุณภาพที่ดีกว่าผลผลิตของสังคมก็จะเป็นที่ต้องการ

คุณภาพสถาบันอุดมศึกษาตามพันธกิจของสถาบันในแต่ละกลุ่มซึ่งมีพื้นที่บริการ รวมทั้งมีพันธกิจและบทบาทในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของประเทศต่างกันตามความหลากหลายการขับเคลื่อนภาคการผลิตในชนบท ซึ่งระบบอุดมศึกษาแต่ละกลุ่มเหล่านี้ จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอุดมศึกษาและส่งผลกระทบที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ สามารถสร้างความเป็นเลิศได้ สามารถตอบสนองต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศได้ดีและส่งผลเชิงบวกต่อการผลิตพัฒนาในการทำงานของอาจารย์ได้ ซึ่งสามารถลดการว่างงานได้ด้วย โดยสามารถแบ่งเป็นกลุ่มของสถาบันอุดมศึกษาได้ 4 กลุ่มดังนี้

1.วิทยาลัยชุมชน ซึ่งเป็นสถาบันที่เน้นการผลิตบัณฑิตระดับต่ำกว่าปริญญาตรี จัดฝึกอบรมสนองตอบความต้องการของท้องถิ่นเพื่อเตรียมกำลังคนที่มีความรู้เข้าสู่ เช่น เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้ประชาชนได้มีโอกาสเรียนรู้ตลอดชีวิตที่นำไปสู่ความเข้มแข็งของชุมชน

2.สถาบันที่เน้นระดับปริญญาตรี ซึ่งจะเน้นการผลิตบัณฑิตระดับปริญญาตรีเพื่อให้ได้บัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถและสามารถขับเคลื่อนการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงได้

3.สถาบันเฉพาะทาง ซึ่งจะเน้นการผลิตบัณฑิตเฉพาะทาง เฉพาะกลุ่มสาขาวิชาเช่น สาขาวิชาทางวิทยาศาสตร์กายภาพ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ สังคมศาสตร์ หรือมนุษยศาสตร์ เป็นต้น

4.สถาบันที่เน้นการวิจัยขั้นสูงและผลิตบัณฑิตระดับบัณฑิตศึกษาโดยเฉพาะระดับปริญญาเอก ซึ่งจะเน้นการผลิตบัณฑิตระดับบัณฑิตศึกษาโดยเฉพาะระดับปริญญาเอกและเน้นการทำวิทยานิพนธ์และการวิจัย

จะเห็นได้ว่าการศึกษาเป็นสิ่งจำเป็นต่อการขับเคลื่อนเพื่อให้ประเทศมีความเจริญก้าวหน้า สามารถที่จะแข่งขันกับต่างประเทศได้ จึงควรให้ความสำคัญกับการศึกษาเพราะนอกจากที่กล่าวนี้ การศึกษายังช่วยเรามีคุณภาพชีวิตที่ขึ้นอีกด้วย อีกทั้งจะช่วยให้ประเทศขับเคลื่อนไปในทางที่ดี

การผลิตและการบริโภคสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์

1

การผลิตและการบริโภคสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์

การผลิต หมายถึง การแปรสภาพทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ให้เกิดประโยชน์เป็นสินค้าหรือบริการ เพื่อตอบสนองความต้องการมนุษย์
ปัจจัยการผลิต
สิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานที่ผู้ผลิตนำมาผ่านกระบวนการผลิตนำมาผ่านกระบวนการผลิตจนเกิดเป็นสินค้าและบริการ เรียกว่า ปัจจัยการผลิต ซึ่งแบ่งเป็น 4 ประเภท ดังนี้
1) ทรัพยากรธรรมชาติ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น ป่าไม้ แม่น้ำ แร่ธาตุ น้ำมัน ที่ดิน
2) ทุน เป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งในการผลิตสินค้าและบริการ ทุนมี ๒ ประเภท คือ
วัตถุทุน คือ เครื่องมือเครื่องใช้ประเภทต่าง ๆ ที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเพื่อทุ่นแรงในการผลิตสินค้าและบริการ เช่น เครื่องจักร อุปกรณ์การผลิต โรงงาน
เงินทุน คือ จำนวนเงินที่นำไปซื้อหรือทำให้ได้มาซึ่งวัตถุทุนประเภทต่าง ๆ หรือจ่ายเป็นค่าจ้าง
3) แรงงาน กำลังกายและกำลังสติปัญญาของมนุษย์ในการผลิต เช่น แรงงานทางสมองของมนุษย์ทำให้คิดประดิษฐ์เครื่องจักร เครื่องทุ่นต่าง ๆ ที่จะนำมาผลิตสินค้าและบริการ
4) การประกอบการ การจัดตั้งองค์กรการผลิต เพื่อดำเนินการผลิตโดยนำทรัพยากรธรรมชาติ ทุน และแรงงาน มาผลิตเป็นสินค้าและบริการ

ปัจจัยที่มีผลต่อการผลิตและการบริการ
การที่ทรัพากรธรรมชาติมีอยู่จำกัดนั้น ทำให้ไม่สามารถแสวงหาสิ่งต่าง ๆ มาตอบสนองความต้องการมนุษย์ได้ครบถ้วน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเลือกใช้และจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และตอบสนองความต้องการของมนุษย์ให้ได้มากที่สุด โดยพิจารณาถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อการผลิตและการบริการซึ่งถือเป็นปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ดังนี้
1) ผลิตอะไร ควรผลิตสินค้าหรือบริการประเภทใด จึงจะตรงกับความต้องการของคนในสังคมมากที่สุด
2) ผลิตอย่างไร ควรหาวิธีการที่ดีที่สุด เพื่อลดต้นทุนและสามารถผลิตสินค้าและบริกการได้มากที่สุด
3) ผลิตเพื่อใคร ควรคำนึงว่าใครคือกลุ่มผู้บริโภคสินค้าและบริการ และควรจัดแบ่งสินค้าและบริการอย่างไร จึงจะเหมาะสมกับกลุ่มผู้บริโภค

การบริโภค
การบริโภค หมายถึง การใช้ประโยชน์จากสินค้าและบริการ เพื่อตอบสนองความต้องการของตนเอง
การพิจารณาเลือกซื้อสินค้าและบริการ มีหลักดังนี้
๑) หลักความจำเป็น การบริโภคต้องคำนึงถึงว่า สิ่งใดมีความจำเป็นกับชีวิตเรามากที่สุด โดยเรียงลำดับก่อนหลัง
๒) หลักความประหยัด ให้ตรวจสอบปริมาณและราคาว่า มีความยุติธรรมหรือไม่ โดยเฉพาะสินค้าประเภทเดียวกัน
๓) หลักการมีประโยชน์ คำนึงว่าสินค้าใดมีประโยชน์ต่อเรามากที่สุด

     การใช้ทรัพยากรเพื่อการผลิตและการบริโภค
1. แรงจูงใจในการใช้ทรัพยากร
ปัจจัยที่เป็นแรงจูงใจให้ผู้ผลิตและผู้บริโภคตัดสินใจใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่
1) การเพิ่มขึ้นของประชากร ทำให้ความต้องการด้านปัจจัยสี่ และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ เพิ่มมากขึ้น
2) การจัดสรรทรัพยากร เป็นการนำทรัพยากรมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยคำนึงว่า ควรผลิตมากน้อยเพียงใด และใครคือผู้บริโภค
3) การกระจายทรัพยากร ผู้ผลิตและผู้บริโภคต้องตัดสินใจว่า จะกระจายทรัพยากรอย่างไร จึงจะเกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการกระจายจากแหล่งที่ทรัพยากรมากไปยังแหล่งที่มีทรัพยากรน้อย หรือกระจายจากแหล่งผลิตไปยังแหล่งผู้บริโภคในภูมิภาคต่าง ๆ
2. การใช้ทรัพยากรในจังหวัดและภูมมิภาค
การที่ผู้ผลิตและผู้บริโภคตัดสินใจใช้ทรัพยากรในจังหวัดและภูมิภาคของตนเองเนื่องจาก
ผู้ผลิต ได้วัตถุดิบที่มีอยู่ในจังหวัด ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาในการขนส่ง กำหนดราคาสินค้าให้ต่ำลงได้ เพราะผู้ผลิตสามารถลดต้นทุนในการผลิตได้ ได้แรงงานในท้องถิ่นที่มีความรู้ความชำนาญในพื้นที่
ผู้บริโภค บริโภคสินค้าที่มีราคาถูก เพราะผู้ผลิตใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ในจังหวัด มีส่วนร่วมในการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประชาชนในจังหวัด เกิดความภาคภูมิใจในจังหวัดของตนที่สามารถผลิตสินค้าออกจำหน่ายได้

การใช้เทคโนโลยีและการแข่งขันที่มีผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค
1. การใช้เทคโนโลยี หมายถึง การใช้วิธีการใหม่ ๆ ทางวิทยาศาสตร์ในการผลิตสินค้าและบริการ
การใช้เทคโนโลยีด้านเกษตรกรรม เช่น การใช้เทคโนโลยีด้านพลังงานเพื่อเพิ่มความสามารถในการไถ คราด หว่าน เก็บเกี่ยว หรือการใช้เทคโนโลยีในการเพิ่มผลผลิต เช่น ใช้ฮอร์โมนเพิ่มผลผลิต ปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช จะทำให้ผลผลิตมีคุณภาพสูงขึ้นและปริมาณเพิ่มขึ้น ต้นทุนต่อหน่วยมีราคาต่ำลง
การใช้เทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรม เช่น การทอผ้า ซึ่งแต่เดิมต้องใช้แรงงานคนและเวลามากในการผลิต เมื่อนำเครื่องจักรมาใช้ จึงผลิตสินค้าได้มากขึ้นเร็วขึ้น คุณภาพดีขึ้น ราคาถูกลง ผู้บริโภคจึงตัดสินใจเลือกซื้อสินค้ามากขึ้น
2. การแข่งขันในการผลิต หมายถึง การทำให้ต้นทุนในการผลิตสินค้าต่ำลง แต่ยังคงคุณภาพไว้เหมือนเดิมหรือใกล้เคียงกับชองเดิม
นอกจากนี้ผู้ผลิตพยายามแข่งขันกันเพื่อสนองความต้องการของผู้บริโภคในทุก ๆ ด้าน เช่น การจัดหาสินค้าที่แปลกใหม่กว่าเดิม มีประโยชน์ใช้สอยกว่าเดิม มีบริการที่แปลกใหม่ เช่น บริการส่งของให้ลูกค้าที่บ้าน เป็นต้น

 

ข้อควรปฏิบัติของผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าหรือบริการ

28-5
1.ผู้บริโภคต้องตรวจดูฉลากของสินค้าเพื่อ เป็นข้อมูลในการเปรียบเทียบสินค้าแต่ละยี่ห้อก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า โดยมีรายละเอียด เช่น -ชื่อประเภทหรือชนิดของสินค้าที่แสดงให้เข้าใจได้ว่าสินค้านั้นคืออะไร ข้อแนะนำในการใช้หรือห้ามใช้เพื่อความถูกต้องในการใช้ที่ให้ประโยชน์แก่ผู้บริโภค -คำเตือน (ถ้ามี) -วันเดือนปีที่ผลิต หรือวันเดือนปีที่หมดอายุการใช้ หรือวันเดือนปีที่ควรใช้ก่อนวันเดือนปีที่ระบุนั้น เพื่อให้เข้าใจในประโยชน์ของคุณภาพหรือคุณสมบัติของสินค้านั้น
2. ผู้บริโภคอย่าด่วนหลงเชื่อคำโฆษณของสินค้าหรือบริการ ต้องศึกษารายละเอียดอื่นๆ ของตัวสินค้าหรือบริการที่อาจไม่ระบุไว้ในโฆษณา เนื่องจากการโฆษณาส่วนใหญ่จะเสนอแต่ข้อดีและเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ โดยใช้ข้อความโฆษณาที่เป็นเท็จหรือเกินความจริงซึ่งก่อให้เกิดการเข้าใจผิดในสาระสำคัญ เช่นใช้แล้วได้ผล 100 %
3.ก่อนลงนามในสัญญาต้องพิจารณาให้รอบคอบ ว่าในสัญญามีเงื่อนไขข้อใดบ้างที่ไม่เป็นธรรม หากผู้บริโภคสงสัยในข้อกฎหมาย หรือไม่เข้าใจ ควรปรึกษาผู้ที่มีความรู้หรือผู้เชี่ยวชาญ สำหรับข้อควรปฏิบัติหลังจากซื้อสินค้าหรือบริการ ผู้บริโภควรเก็บรักษาเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่แสดงถึงการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคไว้ เพื่อการเรียกร้องตามสิทธิเของตนเพื่อประกอลการร้องเรียน ข้อมูลข้างต้นคงจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้บริโภคไม่น้อย ในการที่จะป้องกันตนเองไม่ให้ถูกผู้ประกอบธุรกิจเอาเปรียบซึ่งผู้บริโภคอย่างเรา ๆ ก็สามารถดูแลตนเองได้ ไม่จำเป็นต้องหวังพึ่งใคร

Shopping ร้านค้าออนไลน์ ขายสินค้าได้ตลอด 24 ชม.

ร้านค้าออนไลน์ ช่วยให้คุณสามารถขายสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมงและลูกค้าของคุณก็สามารถเข้ามาเลือกซื้อ เลือกดูสินค้า หรือ สั่งซื้อสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมงเช่นกัน หมดกังวลเกี่ยวกับปัญหาไม่มีคนเฝ้าหน้าร้าน ทำให้เปิดร้านค้าไม่ได้ หรือ ต้องจำกัดเวลาในการเปิด ปิด ร้านค้า ทำให้เสียโอกาสในการขายสินค้าไปเป็นอย่างมาก ลูกค้าที่อยู่ไกล ไม่สามารถเดินทางมาซื้อสินค้าได้ แต่หากคุณใช้ ร้านค้าออนไลน์ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ก็จะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป ไม่ว่าลูกค้าจะอยู่ที่ใด ก็สามารถสั่งซื้อสินค้าจากร้านค้าของคุณได้ ช่วยให้สามารถขายสินค้าได้เพิ่มมากขึ้น มีรายได้มากขึ้น กำไรมากขึ้น อย่างเห็นได้ชัดเจนเลยทีเดียว

ร้านค้าออนไลน์ อีกหนึ่งทางเลือกในการเปิดร้านค้า
ร้านค้าออนไลน์ ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือก หรือ อีกหนึ่งตัวเลือก ในการเปิดร้านขายสินค้า เพราะปัจจุบันนี้อินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตประจำวันของคนเราเป็นอย่างมาก ทำให้ก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า หรือ หากต้องการซื้อสินค้า ก็จะใช้อินเทอร์เน็ตเป็นสื่อกลางในการค้นหาข้อมูลต่างๆ และหากผู้ใช้งานเจอสินค้าที่ถูกใจและมีขายบนอินเทอร์เน็ตนั้นก็จะตัดสินใจซื้อสินค้าได้เลยทันที ไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางไปซื้อสินค้า ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางและปัจจุบันนี้ คนส่วนใหญ่ เริ่มคุ้นเคยกับการซื้อขายสินค้าออนไลน์ เริ่มไว้ใจและเชื่อมั่นในระบบการขายสินค้าออนไลน์เพิ่มมากขึ้น กล้าซื้อขายกันผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น ดังนั้น ร้านค้าออนไลน์ ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีเลยทีเดียวในการตัดสินใจเปิดร้านขายของผ่านระบบออนไลน์

 

เคล็ดลับการช้อปปิ้งออน​ไลน์​ให้ปลอดภัยหายห่วง

กลาย​เป็นกระ​แสฮอตฮิต​ไป​แล้ว​ไปสำหรับบรรดาขาช้อป​ทั้งหลายที่รัก​ความ สะดวกสบาย รวด​เร็ว กับ​การ “ช้อปปิ้งออน​ไลน์” บน​โลกอิน​เตอร์​เน็ต ​เพราะ​ไม่ว่าจะคุณจะอยู่ที่​ไหน ​เวลา​ใด​ก็สามารถ​เปิด​เว็บ​ไซต์ออน​ไลน์​เลือกซื้อสินค้า​ได้ตลอด​เวลา แต่หลายคนยังกังวลในความไม่ปลอดภัยของการซื้อสินค้าทางอินเตอร์เน็ตว่าได้ของ ตามที่เราต้องการหรือเมื่อสั่งซื้อโอนเงินแล้วจะได้รับสินค้าหรือไม่ เราจึงนำวิธีการช้อปปิ้งออนไลน์ให้ปลอดภัยมาฝากกันค่ะ

1. เว็บไซต์ร้านค้า ควรมีการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กับทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

– ซึ่งจะทำให้มั่นใจได้ในระดับนึง เพราะแน่นอนว่ามิจฉาชีพร้อยทั้งร้อยคงไม่อยากแสดงตัวตนอยู่แล้ว ในการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ต้องเป็นเจ้าของร้านค้าออนไลน์ แจ้งหลักฐานแสดงตัวตนและที่อยู่กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และบนเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์นั้นจะต้องแสดงที่อยู่ร้านค้าหรือที่อยู่ของเจ้า ของร้านบนเว็บไซต์ เช่นในหน้า Contact Us หรือ หน้าที่เกี่ยวกับที่อยู่ร้านค้าหรือเจ้าของ เพื่อที่ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะได้ให้ code แสดงสัญลักษณ์ทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

2. เว็บไซต์มีFeedbackที่ดี

– บางคนสงสัยว่าแล้วจะรู้ได้อย่างไรล่ะว่าเว็บไซต์ร้านไหนมี Feedback ที่ดี ก็ดูได้จากตามกระทู้หรือจำนวนการส่งสินค้า ซึ่งถ้าทางร้านส่งของทางไปรษณีย์ หรือบริการส่งของเอกชน ก็จะมีแจ้ง “รหัสหมายเลขพัสดุ” ที่สามารถตรวจสอบสถานะได้ ถ้ามีเยอะก็แสดงว่าสินค้าร้านนั้นมีคุณภาพดี มีลูกค้าให้ความเชื่อถือสั่งซื้อเยอะ แต่ก็ต้องอาจจะเช็คดูก่อนเพราะก็จะมีร้านหัวใสที่เอาหมายเลขพัสดุจากร้าน อื่นๆมาขึ้นในเวบตัวเอง เพื่อให้ดูเหมือนมีส่งของเยอะ ก็อาจจะลองเอาหมายเลขพัสดุนั้นไปค้นหากับ Google อีกทีว่ามีบนเว็บอื่นมั้ย ถ้าไม่มีก็ถือว่าโอเค เป็นหมายเลขพัสดุร้านนั้นจริงๆ หรือไม่ก็ดูจากเวลาที่ขึ้นหมายเลขพัสดุนั้นๆ กับตรวจสอบกับเว็บที่เช็คสถานะ ดูวันที่ส่งว่าเป็นวันเดียวกันหรือไม่ ถ้าวันเดียวกันก็ถือว่าโอเคเช่นกัน และถ้าทางร้านออนไลน์นั้นๆมีแจ้งเขตปลายทางที่ส่งด้วย ก็ยิ่งน่าเชื่อถือได้มากขึ้นค่ะ

3. เว็บไซต์มีระยะเวลาที่เปิดขายมาอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 1 ปี

– แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าเว็บนี้เปิดมานานแค่ไหน ก็ดูคร่าวๆได้จากอายุโดเมน(ชื่อเว็บไซต์)

4. ชื่อโดเมน(ชื่อเว็บไซต์) ไม่ได้เป็นฟรีโดเมน
– เช่น www.exampleshop.co.cc คือไม่ใช่พวกที่ลงท้ายว่า .com .net .ac.th แต่เป็นชื่อไม่คุ้นตาเช่น .co.cc หรือไม่ได้เป็นชื่อโดเมนโดยตรง แต่เป็นการเปิดร้านค้าออนไลน์กับเว็บไซต์ที่ให้บริการเปิดร้านขายของบนเน็ต

5. สินค้าที่เราสนใจไม่ได้เป็นสินค้าที่ผิดกฎหมาย

– อย่างเช่น ยาผิดกฎหมาย ซีดีเถื่อน สินค้าเซ็กส์ช๊อป หรือ สินค้าที่มีมูลค่าสูงตั้งแต่หลักหลายพันขึ้นไป ถ้าไม่ใช่สินค้าประมาณนี้ก็อาจจะไม่ต้องกังวลใจมากมาย เพราะส่วนมากที่มีปัญหาก็จะเป็นสินค้าจำพวกนี้ เพราะถ้าสินค้าราคาไม่สูงมาก มิจฉาชีพมักจะไม่เสี่ยงเพราะไม่คุ้มกับความเสี่ยงนัก หรือบางร้านอาจจะขายแบบสุจริตก็จริง แต่บางทีตัวสินค้าที่ไม่ถูกกฎหมายอาจจะถูกปิดเว็บไปก่อนที่ร้านจะได้ทำการส่ง สินค้า หรือสินค้าที่ราคาถูกจนเหลือเชื่อ ก็ไม่น่าไว้วางใจ อย่างเช่น ขายเลนส์กล้องมือ2 ซึ่งสมมติราคาทั่วไปเค้าขาย 7000-8000 แต่ร้านนี้อาจจะขายแค่ 5000 บาท เป็นต้น ซึ่งมิจฉาชีพจะใช้ความโลภของผู้ซื้อในการดึงดูดให้ผู้ซื้อสนใจสินค้าเหล่า นั้น ซึ่งควรเลือกสินค้าที่มีราคาสมเหตุสมผลไม่ถูกมากจนเกินไป

ข้อปฎิบัติก่อนและหลังการซื้อของทางเน็ต

– อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าให้เรียบร้อยก่อนการสั่งซื้อ
– ตรวจสอบเงื่อนไขการรับคืนสินค้า ว่าแบบไหนกรณีไหนสามารถเปลี่ยนคืนได้ จะได้ไม่มีปัญหาภายหลัง
– หากเป็นการส่งสินค้าไม่ว่าจะทางพัสดุไปรษณีย์ หรือขนส่งเอกชน ควรมีคนอยู่ตามที่อยู่ที่แจ้งทางร้านไว้เพื่อเซ็นรับสินค้า เพราะถ้ามาส่งแล้วไม่มีคนเซ็นรับ คุณอาจต้องไปรับด้วยตนเองที่ไปรษณีย์
– หลังจากโอนเงินจ่ายค่าสินค้าให้กับทางร้านแล้ว ควรเก็บสลิปหรือหลักฐานการโอนเงิน/ฝากเงิน ไว้จนกว่าจะได้รับสินค้า เพราะสลิปเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีกับทางร้านได้ค่ะ

หวังว่าข้อมูลที่เรานำมาเสนอจะเป็นตัวช่วยได้บ้างนะค่ะ เพื่อนๆก็มั่นใจได้ว่าร้านค้าออนไลน์นั้นปลอดภัยเชื่อถือได้ ขอให้สนุกในการช้อปปิ้งบนโลกออนไลน์กันนะค่ะ